Nikkei Asia

Nikkei Asia รายงาน Apple

Nikkei Asia รายงาน Apple เล็งอินเดีย เป็นฐานผลิต AirPods, หูฟัง Beats กระจายความเสี่ยงไปนอกจีน

Apple เริ่มผลิต iPhone 14 ในอินเดียเร็วขึ้นกว่าเดิม เท่านั้นยังไม่พอ Nikkei Asia รายงานว่า Apple เริ่มคุยกับซัพพลายเออร์ ให้อินเดียเป็นแหล่งผลิต AirPods, หูฟัง Beats ด้วย หลังจากจีนกลายเป็นฐานผลิตใหญ่มานาน

Nikkei Asia

ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงจากจีนที่มีการล็อกดาวน์บ่อย และเป็นการกระจายแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งนอกจากอินเดียแล้ว ยังมีเวียดนามที่ Apple ค่อยๆ ย้ายมาผลิตสินค้าสำคัญๆ

Nikkei Asia ระบุโดยอ้างอิงจากแหล่งข่าวว่า Apple ได้พูดคุยกับซัพพลายเออร์หลายรายเรื่องการเพิ่มการผลิตในอินเดียในช่วงต้นปีหน้า ส่วน Foxconn ก็เตรียมจะผลิตหูฟัง Beats ในอินเดียแล้ว และจะรวมไปถึง AirPods ด้วย

Luxshare Precision Industry และบริษัทในเครือที่ผลิต AirPods ในเวียดนามและจีน ยังวางแผนที่จะช่วย Apple ในการผลิตในอินเดียด้วย แต่ตอนนี้ Luxshare จะโฟกัสที่เวียดนามก่อน

AirPods ได้กลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ Apple ที่มีการผลิตนอกจีนจำนวนมาก โดยเริ่มผลิตในเวียดนามมาตั้งแต่ปี 2019 แล้ว เพราะเป็นช่วงที่สงครามการค้าสหรัฐ-จีนกำลังดุเดือด ส่วนหูฟัง Beats ก็เริ่มผลิตในเวียดนามมาได้ร่วมปีแล้ว

AirPods ยังเป็นสินค้าขายดี มีการจัดส่งมากกว่า 70 ล้านเครื่องในแต่ละปี เป็นรอง iPhone เท่านั้นในแง่ปริมาณการจัดส่งสินค้า

Foxconn ถือเป็นซัพพลายเออร์ที่สำคัญที่สุดของ Apple ในการขยายการผลิตในอินเดีย เพราะมีศูนย์การผลิตหลักในรัฐอานธรประเทศ และทมิฬนาฑู ส่วน Luxshare ยังตั้งเป้าที่จะขยายการผลิตในรัฐทมิฬนาฑู ในขณะที่ Pegatron ซึ่งเป็นผู้ประกอบอีกราย มีฐานการผลิต iPhone ในเมืองเดียวกัน

Joey Yen นักวิเคราะห์เทคโนโลยีของ IDC บอกกับ Nikkei Asia ว่าอินเดียจะกลายเป็นทางเลือกที่สำคัญ สำหรับการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นอกประเทศจีนเลยทีเดียว

Yen บอกว่า อินเดียกำลังเรียนรู้จากความสำเร็จจากจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อินเดียยังมีศักยภาพ ที่จะกลายเป็นซัพพลายเชนระดับโลกได้ มีคนที่มีพรสวรรค์ด้านวิศวกรรมและพนักงานจำนวนมาก และตลาดไอทีภายในประเทศ ก็มีขนาดใหญ่เป็นรากฐานอยู่แล้วด้วย

ติดตามข่าวธุรกิจเพิ่มเติม : EKH เปิดตัว “KOON Palliative Care Specialised Hospital” ระดับพีเมี่ยม

ฟอเรสต์สลัดหนีบ๊วย Previous post ฟอเรสต์สลัดหนีบ๊วย-ลาซิโอ
ชาวเน็ตสืบ Next post ชาวเน็ตสืบ “หมอปลอม”